2006/Apr/27


Avril Ramona Lavigne

วันเกิด : วันที่ 27 กันยายน1984
ซิงเกิ้ลดังที่สุด : คอมพลิเคทิด ( Complicated ) 2002
แผ่นแอลพีดังที่สุด : เล็ท โก ( Let Go ) 2002

ฉันจะเป็นตัวของตัวเอง ฉันเขียนอย่างที่ฉันรู้สึก ฉันไม่เคยกังวลว่าใครจะคิดยังไง อาวริล ลาวีน ( Avril Lavigne )

อาวริล ลาวีน ( Avril Lavigne ) โดดเด่นและได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในวงการดนตรีร็อคตั้งแต่ฤดูร้อนปี2002 ด้วยผลงานเพลงแรก คอมพลิเคทิด ( Complicated ) ซึ่งปรับเปลี่ยนทางของดนตรีป็อบให้เป็นไปในมิติที่แตกต่างจากเดิม ลาวีน ( Lavigne ) ในวัย 17 ปี ขณะนั้นดูเหมือนจะไม่แยแสกับกระแสเพลงป็อบครองเมือง และด้วยความมั่นใจเช่นนั้นเองก็ทำให้ความเป็นดวงดาวจรัสแสงในตัวเธอเปล่งประกายออกมา

ลาวีน เป็นลูกคนกลางในบรรดาพี่น้อง 3 คน ของครอบครัวในเมืองเล็ก ๆ ชื่อ นาพานี ใน ออนตาริโอ ประเทศแคนาดา ความมุ่งมั่นในดนตรีร็อคของหนูน้อยเป็นที่จับตามองของผู้คนทั่วไปตั้งแต่อายุประมาณ 2 ขวบ และก่อนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นตอนต้นเล่นกีต้าร์และเขียนเพลงไว้มากมาย ทั้งวงประสานเสียงของโบสถ์ งานเทศกาลและ งานเฉลิมฉลองท้องถิ่นต่างเปิดเวทีให้สาวน้อยวัยสดใสคนนี้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ และโชคดีที่บุคคลสำคัญของ อริสต้า เร็คคอร์ดส แอนโตนิโอ แอล.เอ. รีด คือ หนึ่งในผู้ที่ได้ฟังน้ำเสียงของ ลาวีน จึงยื่นข้อเสนอในการทำผลงานเพลง และทำให้เส้นทางความฝันบนถนนดนตรีของสาวน้อยวัย 16 ปี เป็นจริง

ด้วยความช่วยเหลือของ รีด และการได้อาศัยในอพาร์ทเม้นท์ใหม่ ณ แมนฮัตตัน ลาวีน พบว่าตนเองอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์มือฉกาจ แต่นั่นหาได้เป็นความน่าประทับใจที่เพียงพอสำหรับสาวน้อยคนนี้ในการสร้างสรรค์ผลงานดนตรีต่อไป ลาวีน มักเชื่อมั่นในความคิดของตนเองสำหรับการจุดประกายความสร้างสรรค์ทางดนตรีและการคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งนั่นไม่ได้เป็นสิ่งที่เป็นไปตามแผนงาน แม้ ลาวีน จะไม่ได้รู้สึกไม่พอใจอะไร แต่ได้ตัดสินใจมุ่งหน้าต่อไปยัง ลอส แองเจลลิส และ เน็ตเวิร์ค จึงคว้าตัวเธอเอาไว้ได้ในที่สุด คลิฟ แม็กเนสส์ โปรดิวเซอร์/นักแต่งเพลง ให้กับ เซลีน ดิออน, วิลสัน ฟิลลิปส์, ชีนา อิสตัน ได้ปรับเสียงแต่งทำนองเพลงของ ลาวีน และ เล็ท โก ( Let Go ) ก็เป็นเพลงแรกที่ได้รับการปรับแต่งขึ้นใหม่ ซิงเกิ้ลต่าง ๆ เช่น คอมพลิเคทิด และ สเก็ทเทอร์ บอย ( Sk8er Boi ) ต่างทะยานขึ้นสู่อันดับเพลงฮิตท็อปเท็น ขณะที่ แอม วิธ ยู ( Im With You) และ ลอสซิ่ง กริพ ( Losing Grip ) ก็กลายเป็นเพลงทางคลื่นวิทยุ บุทช์ วอล์คเกอร์ (Butch Walker) แห่ง วงเดอะ มาร์เวลลัส 3 (The Mavelous 3) เรน ไมด้า (Raine Maida) นักร้องนำของ วงอาวเวอร์ เลดี้ พีซ ( Our Lady Peace ) และ ดอน กิลมอร์ ( Don Gilmore ) แห่ง ลินคิน พาร์ค (Linkin Park) และ กู๊ด ชาร์ล็อตต์ (Good Charlotte) เซ็นสัญญาร่วมกันโปรดิวซ์ผลงานชุดที่ 2 ของ ลาวีน และ Under My Skin ปรากฏสู่สายตาแฟนเพลงในเดือนพฤษภาคม2004

เป็นตัวของตัวเองอย่างไม่เกรงใจใคร โดนใจคนฟังอย่างจัง คือ คำนิยามของผลงานเปิดตัวที่มีชื่อว่า เล็ท โก
(Let Go) ในปี2002เนื้อเพลงในชุดนี้สร้างความมั่นใจให้หญิงสาวรุ่นใหม่ ประกอบกับท่วงทำนองดนตรีที่ผู้ฟังชอบใจ จนยอดจำหน่ายพุ่งไปถึง 14 ล้านแผ่น และยังได้เข้าชิง รางวัลแกรมมี่ 8 รางวัล สาวน้อยคนนี้กลับมาเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนเพลงทั่วโลกอีกครั้งกับผลงานชุด Under My Skin แต่ถ้าผู้ฟังคิดว่าจะได้เห็น ลาวีน ในแบบเดิม ๆ ล่ะก็ คงต้องผิดหวังแน่นอน เพราะเธอไม่ใช่คนที่จะหยุดนิ่งเพียงเพราะเคยประสบความสำเร็จมาแล้ว

Under My Skin ประเดิมด้วยเพลงสุดเจ๋งอย่าง Take Me Away และ Together ซึ่งนำทางมาสู่เพลงที่มีท่อนบรรเลงกีตาร์สุดมัน และเนื้อเพลงติดหูอย่าง Don't Tell Me ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับพลังความแข็งแกร่งของผู้หญิง เสริมต่อจากเพลง คอมพลิเคทิด ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีเพลงที่ใช้กีตาร์ 3 คอร์ดอย่าง He Wasn't เพลงจังหวะสนุกที่มีเนื้อหาในแง่บวกอย่าง Who Knows และ Freak Out สำหรับคนที่ชอบทำนองและเนื้อหาหนัก ๆ ตามด้วยเพลงอารมณ์เศร้าอย่าง Forgotten และ Nobody's Home ทั้ง 2 เพลงนี้เผยให้เห็นภาพของ ลาวีน ในแง่มุมที่เศร้าหมอง

สาวน้อยแห่งเมืองนาพานีกล่าวว่า ...2 ปีที่ผ่านมานี้รู้ว่าตัวเองโตขึ้นมาก ได้พบและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ประสบการณ์ทั้งดีและร้าย เพลงในงานชุดนี้จะบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมา... โดยการร่วมมือกับโปรดิวเซอร์อย่าง บุท์ช วอล์คเกอร์
( Butch Walker ) แห่ง วงมาร์เวลลัส 3 ( Marvelous 3 ) เรน ไมด้า ( Raine Mida ) แห่ง วง Our Lady Peace และ ดอน กิลมอร์ ( Don Gilmore ) แห่ง วงลินคิน พาร์ค ( Linkin Park ) และ เพิร์ล แจม ( Pearl Jam ) ทั้งยังเขียนเพลงหลายเพลงในผลงานชุดนี้ด้วย พร้อมเล่าให้ฟังต่อว่า ...ตอนกลับมาที่โตรอนโตจากการทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก ยังไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป ไม่มีใครรู้หรอก หลายคนสงสัยว่าคงหมดเรื่องใช้เขียนเพลงแล้ว แต่จริงๆ มีอะไรให้เขียนอีกเยอะเลย...

หลังจากที่ได้รับประทานอาหารกลางวันกับเพื่อนนักร้อง-นักแต่งเพลงชาวแคนาดา ชองทาล คีฟเวียซุค ( Chantal Kreviazuk ) ทั้งสองเริ่มสนิทกันและร่วมกันแต่งเพลง ผลงานของทั้งคู่ไปได้สวยทีเดียว ...มีอยู่คืนหนึ่งเรานัดแต่งเพลงกัน มารู้ตัวอีกทีเราก็ได้เพลงมาหนึ่งเพลงแล้ว ไม่มีใครรู้หรอกว่าตอนนั้นฉันทำอะไรอยู่... ลาวีน กล่าว สองคู่หูเขียนเพลงอีกหนึ่งเพลงในเวลาต่อมา ...เราแต่งเพลงได้ 12 เพลง ภายในเวลา 2 อาทิตย์แน่ะค่ะ... ไฟของ ลาวีน และ ชองทาล ( Chantal ) กำลังลุกโชน และในฤดูร้อนนั้นเอง ลาวีน ย้ายไปอยู่กับ ชองทาล ( Chantal ) และ เรน ไมด้า ( Raine Maida) สามีของ ชองทาล ( Chantal ) ที่บ้านใน มาลิบู ( Malibu ) เพื่ออัดเสียง ...ตอนนั้นเพิ่งจะกลับมาจากการทัวร์คอนเสิร์ตได้ 2 อาทิตย์เท่านั้น แต่ก็พร้อมอัดเสียงผลงานชุดใหม่แล้วค่ะ... ลาวีน กล่าว

บรรยากาศสบาย ๆ ในแคลิฟอร์เนียเป็นสิ่งที่ ลาวีน ต้องการพอดี เพราะบรรยากาศเช่นนี้ช่วยให้หลีกหนีจากชีวิตที่วุ่นวาย ...มีความสุขมากเลยตอนอยู่ที่นั่น มีความเป็นส่วนตัวและมีอิสระ มิตรภาพกับชองทาลก็แน่นแฟ้นมากขึ้นด้วยค่ะ... ทั้งคู่ทำเพลงในสตูดิโอกันทั้งคืน ตอนกลางวัน ลาวีน ขับรถชมเมืองโดยที่ไม่มีใครมาตามถ่ายรูป ขอสัมภาษณ์ และไม่มีความกดดันใด ๆ ทั้งสิ้น เพลงส่วนมากในชุด Under My Skin บันทึกเสียงที่สตูดิโอในบ้านของ เรน ( Raine ) โดยที่ไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลย ส่วนเพลงที่เหลือได้มือกีตาร์ของ ลาวีน เอวาน โทเบนเฟลด์ ( Evan Toubenfeld ) มาร่วมเขียน และยังได้มือกีตาร์คนเก่าของ วงเอฟวาเนสเซนส์ ( Evanescence ) เบน มู้ดดี้ ( Ben Moody ) มาแต่งให้อีก 1 เพลง และบันทึกเสียงในสตูดิโอแถว ๆ นั้น ...ครั้งนี้ได้มีส่วนร่วมในทุก ๆ ขั้นตอนของการทำผลงานชุดนี้ เรียกได้ว่าลงมือทำเองเลยล่ะค่ะ คือรู้ว่าตัวเองต้องการให้เสียงกลอง เสียงกีตาร์ และรูปแบบของเพลงออกมาเป็นแบบไหน และจากประสบการณ์การทำเพลงในผลงานชุดที่แล้วทำให้เข้าใจกระบวนการการทำเพลงดีขึ้นมาก จึงพิถีพิถันมากกับซาวด์ของเพลงที่ออกมาค่ะ... ลาวีน กล่าว

หากจะให้เลือกว่าชอบเพลงไหนที่สุดใน 12 บทเพลงที่ทำเองกับมือเป็นเรื่องยาก เพลงทุกเพลงมีคุณค่าต่อฉันมาก แต่ถ้าให้เลือก ชอบเพลง Together มากที่สุด เพลงนี้พูดถึงความสัมพันธ์ของคู่รักที่ต่างฝ่ายก็รู้ว่าคงไปด้วยกันไม่ได้ สรุปคร่าวๆ ก็คือเพลงนี้ร้องว่า เราคงมาถึงทางตันแล้วล่ะที่รัก นอกจากนี้ยังมีอีก 2 เพลงที่พูดถึงความสัมพันธ์ที่กำลังเกิดรอยร้าว และมีท่อนฮุคที่ติดหูพอ ๆ กับ Complicated และเพลงที่แต่งให้รู้สึกเหมือนกับการบรรยายจากชีวิตจริงอย่าง สเก็ทเทอร์ บอย แต่เพลงที่สามารถเห็นการเติบโตทางดนตรีของสาวน้อยคนนี้อย่างชัดเจน คือ เพลงที่มีความหมายในแง่บวกอย่าง Who Knows และ Take Me Away สาวน้อยผู้ที่เคยถูกมองว่าเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายตลอดมากล่าวยอมรับว่า ฉันว่าตอนนี้การมองโลกของฉันเปลี่ยนไปแล้ว ส่วนเพลงบรรเลงของเปียโนอย่าง Together และ Forgotten แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงของ ลาวีน นับตั้งแต่ออกผลงานชุด Let Go ได้เป็นอย่างดี รู้สึกดีมากกับสิ่งที่กำลังทำอยู่และเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีค่ะ ลาวีน ค้นพบความอ่อนหวานแบบผู้หญิงในตัวที่มาช่วยลบภาพลักษณ์ทอมบอยแล้ว ออกจะเป็นผู้หญิงเต็มตัว เป็นคนโรแมนติกอย่างเหลือเชื่อ และก็เป็นคนหัวโบราณมากจนน่าแปลกใจด้วยล่ะค่ะ ลาวีน กล่าวพร้อมหัวเราะ นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขียนเพลงที่มีเนื้อหาว่าจะไม่ยอมทิ้งความเป็นตัวเองเพื่อผู้ชายหน้าไหนในเพลง Don't Tell Me ไงคะ ตื่นเต้นที่จะออกทัวร์คอนเสิร์ตอีกครั้ง ดีใจมากที่จะได้ร้องเพลงใหม่ รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและตื่นเต้นมากที่จะได้ทำอะไรสนุก ๆ อีกครั้งค่ะ

ทั้งประสบการณ์แง่บวกหรือแง่ลบตลอดระยะเวลา 2 ปี แห่งการเป็นร็อคสตาร์ทำให้ทัศนคติของ ลาวีน เปลี่ยนไปทำให้สาวน้อยคนนี้รู้จักคำว่า พอดี เพลงในผลงานชุด Under My Skin ลึกซึ้งกว่า Let Go มาก แต่ไม่ว่ายังไงก็ยังชอบเพลงป็อปอยู่ดีแหละค่ะ ก็เป็นแค่คน ๆ หนึ่งที่รักการเขียนเพลงและการร้องเพลง ชอบที่จะสนุกไปกับเสียงดนตรี และอยากให้ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตตลอดไปค่ะ...

ลาวีน สาวน้อยที่มีเสียงใสๆ เป็นพรสวรรค์ติดตัว และยังสามารถถ่ายทอดอารมณ์และความกระตือรือร้นของวัยรุ่นออกมาเป็นบทเพลงไพเราะติดหูได้อีก เชื่อได้เลยว่า Under My Skin จะกระชากใจผู้ฟังแน่นอน

ผลงานเพลงของ อาวริล ลาวีน


Let Go
วางแผง : มิถุนายน 2002
รางวัล : แผ่นเสียงทองคำขาว 6 รางวัล ในสหรัฐอเมริกา
อันดับสูงสุดในบิลบอร์ด : # 2


Under My Skin
วางแผง : พฤษภาคม 2004
ในสหรัฐอเมริกา : แผ่นเสียงทองคำขาว
อันดับสูงสุดในบิลบอร์ด: # 1

ที่มา http://music.sanook.com/profile/profile_10955.php

ข่าวเค้าออกมาตั้งนานนมแล้ว

แต่เราเพิ่งจะไปควานหามา ฮา.....

ก็อย่างว่าแหละนะ

พักหลังมานี่ไม่ค่อยได้หันหน้าเข้าหาคอมเท่าไหร่

แตยังงัยก้อยังรักสาวน้อยมหัศจรรย์คนนี้เหมือนเดิมแหละน่า

hell_angel Avril Lavigne

Comment

Comment:

Tweet


สังคมไทยไม่ค่อยให้โอกาสเราเป็นตัวของตัวเองสักเท่าไรอ่ะ

ยิ่งเป็นตัวของตัวเองอย่างไม่เกรงใจใครนี่ยิ่งแล้วใหญ่
โดนตีอ่ะดิ

สังคมเป็นฝรั่งสังคมที่เปิดกว้างกว่าไทย
แต่สังคมไทยอบอุ่นกว่าสังคมฝรั่ง
#5 by At 2006-04-28 12:03,
เท่ห์จริงๆๆ เลยค่ะ
#4 by ~ * ~ Sun Sun ~ * ~ At 2006-04-28 11:39,
ชอบเอวิลมากเลย
เปนแบบอย่างของผู้หญิงในอุดมคติ
#3 by [[...Death AngLe...]] At 2006-04-28 08:50,
เป็นผู้หญิงที่เท่จริงๆเลย

แต่ยาวจัง TAT พออ่านจบแล้วรู้สึกว่าเป็นคนที่แรงจริงๆแฮะ =w=b
#2 by taishi At 2006-04-27 11:38,
กี๊ดดก๊าดดด สุดที่รักของเรา

ชอบๆๆๆเหมือนกันเรย อิอิ
#1 by A3_Catkitten At 2006-04-27 11:32,